ค่ำคืนวันศุกร์ที่ 13 วันแห่งความสยองขวัญของฝรั่งมังค่าทั้งหลาย
แต่สำหรับลูกครึ่งร้อยเอ็ด+นครนายก อย่างฉัน มันกลับเป็นวันธรรมดาวันนึง
ที่พร้อมจะออกไปโป๊งชึ่งกับบรรดามิตรรักในสภาคนโสด ในโหมดหลอน ๆ
กันแถวรัชโยธินโน่นนนนนน ยิงยาว นั่งเม้าท์เคล้าดนตรี พร้อมกับกลั้วคอด้วยแอลกอฮอล์ หลากหลายยี่ห้อรวมกันใน 1 แก้ว!!
ด้วยความไม่สัดทัด ข้าพเจ้าจึงเมาแอ๋ภายในหนึ่งกระบวนแก้วถ้วน -*-
เป๊งๆๆๆ ขณะนี้เป็นเวลา 4.00 น. กูจะปิดร้านแล้ว..คุณเจ้าของร้านเคาะหม้อพร้อมเสียงสวดไล่ เรียกสติขี้เมาทั้งหลายคืนมาได้ชะงักนัก ยกเว้นคนบางคน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าครายยยย เอิ๊กส์
เฮ้อ นี่หรือเช้า(มืด)ของวันแห่งความรัก ไม่เห็นจะมีอะไรน่าอภิรมย์สักนิด
ความ ART เข้าครอบงำในใจอีกครั้ง.... นี่ฉันอยากจะไปไหน?
ใครคนนึงพูดขึ้นมาว่าไป "พัทยา"...อืม ได้เลย ไปกันเลย ตอนนี้เลย!!
6 โมงเช้า วันแห่งความรัก : ณ พัทยาใต้
ภาพแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาดูคือ.........ตูด!!
เชี่ย!! ฉันสบถออกมาอย่างลืมตัว แต่ภาพที่กระแทกเข้าเบ้าตาในเช้าวันนั้น
มันทำให้ฉันเห็นอะไรบางอย่างที่ใคร ๆ เรียกว่า "เสื่อม"
.....ฉันเห็น มุมมืด/ด้านมืด ของพัทยาในวันแห่งความรัก เข้าเต็มตา - -"
11 โมงเกือบเที่ยง วันแห่งความรัก : ณ บ้านเด็กอ่อน
เด็กที่นี่อยู่ดี กินดี ผิวพรรณดี น่ารัก และเป็นลูกครึ่งซะส่วนใหญ่
.......สิ่งที่เรียกว่า "กอด" ไม่ว่าจะวัยไหนมันก็เป็นสิ่งสำคัญทั้งนั้น
เมื่อมีเด็กคนนึงถูกอุ้ม หรือถูกกอด จะมีเด็กอีกกลุ่มนึงเดินตาม
หรือมาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ บ้างเข้ามากอดเอง บ้างร้องไห้งอแง
เพราะอยากสัมผัสความอบอุ่นจากกอดนั้นบ้าง......
ผู้ที่ให้กำเนิดพวกเขา..จะคิดถึงเรื่องสำคัญแบบนี้กันได้(บ้าง)รึเปล่านะ?
บ่าย 2 โมง วันแห่งความรัก : วนเวียน
หลงทาง........กลับที่พักไม่ถูก.....1.30 ชม. ผ่านไป
จากพัทยากลางยังกลับไม่ถึงพัทยาใต้ -*-
คนในรถเริ่มหัวเสียกันบ้างแล้ว
แต่.."ความเครียดยังไม่ทันหายความฮาก็เข้ามาแทรก" ทันที
"ยายคะ หนูจะไปโรงแรม.........ค่ะ ต้องไปทางไหนคะ?"
"ตรงไปเลยหนู ตรงไปเลย"
"ตรงไปแล้ว ทางแยกข้างหน้าพวกหนูต้องเลี้ยวซ้าย หรือขวาคะ"
"ตรงไปเลย ๆ แล้วไปถามคนข้างหน้า"..... - -"
"..............................................................."
ขอบคุณค่ะคุณยาย ที่ทำให้พวกหนูฮากันลั่นรถ ^^
เมื่อไปถึงทางแยก ทุกคนลงมติให้เลี้ยวซ้าย แต่เนื่องจากเราหลงกันจนมึนไปหมด จึงไม่มีใครมั่นใจสักคน และแล้วสวรรค์ก็ส่งคำตอบมาให้
ข้างหน้ารถเราเป็นรถตู้ และติดป้ายสติ๊กเกอร์ท้ายรถว่า "นี่แหละ"
พวกเราได้ ฮากันอีกครั้ง ก่อนจะพร้อมใจกันว่าเลี้ยวซ้ายนี่แหละ
.....พวกเรามาถึงที่พัก โดยสวัสดิภาพ...
"บางทีคำตอบอาจอยู่ใกล้ตัว กับบางเรื่องเราอาจจะเคยมองข้ามมันไปก็ได้"
.
.
.
.
.
.
v
วันที่ 24 ใกล้สิ้นเดือนแห่งความรัก 18.58 น. เวลาตามนาฬิกาฝาผนังออฟฟิศ
ฉันกำลังถูกล้างสมองด้วยเพลงของ น้องแบน เดอะสตอ
"พี่ เลี่ยน เพลง หนู ม๊ากมาย เลี่ยน เพลง ม๊ากมาย ไม่มีหน่วยวัดได้หรอกความเลี่ยนนี้ ติเอ๊โหม่ เตอเควี๊ยโร่ว ซารางเฮ่โย่ววว".....อ๊อกกกกก
วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ด้วยความคิดถึง...

อ้างจากความเดิมตอนที่แล้ว http://nininicha.blogspot.com/2009/02/blog-post.html
และ http://nininicha.blogspot.com/2009/02/blog-post_10.html
เหตุผลก็เพราะ......ที่นั่น คือ เชียงคาน.........
....................................................................................
เอาล่ะ ได้เลิกงาน เอ้ย! เลิกงามยามปลอดนาย มาอัพบล๊อคกันต่อ จริง ๆ แล้ว ฉันเขียนอะไรไว้มากมายในไดอะรี่สีแสบที่พกติดตัวเวลาออกร่อน ตามที่ต่าง ๆ และที่เชียงคานก็เช่นกัน ฉันไม่พลาดที่จะหยิบมันติดเป้ไปด้วย แม้จะเตรียมตัวแบบฉุกละหุกแค่ไหนก็ตาม
มีคำพูด มีเหตุการณ์ ที่สวยงามมากมายที่ฉันบันทึกลงในนั้น แต่..................ฉันไม่สามารถเรียบเรียง หรืออธิบายในสิ่งที่ฉันได้พบเจอ ในสิ่งที่ฉันได้สัมผัสไม่ว่าจะมองเห็นด้วยตา หรือสัมผัสด้วยใจ ให้ออกมาให้สละสลวยอย่างที่ใจฉันบอกได้อย่างไรพยายามเท่าไหร่ ก็ทำได้เพียงคิดถึง.......
.........คิดถึงรอยยิ้มและน้ำใจจากคนมากหน้าหลายตา
คิดถึงความสงบเงียบ
คิดถึงเพลงเพราะ ๆ
คิดถึงลมเย็น ๆ
คิดถึงมิตรภาพ
คิดถึงจักรยานสีชมพู ที่ตระกร้าหน้ามีกังหันลม
คิดถึงคนแปลกหน้าบนรถทัวร์ ที่กลายมาเป็นคนข้างห้อง ทั้งห้องซ้าย ห้องขวา และห้องตรงข้าม
คิดถึงไอติมกะทิ ของลุงเติบ
คิดถึงกระติ๊บข้าวเหนียวของป้าศรีพรรณ
คิดถึงมุ้งลายแบบวินเทจ ที่เต็มไปด้วยการปะชุนของสก๊อตเทป
คิดถึงร้านโปสการ์ด...ที่ยอมให้นั่งชิวมีเวลาคิดถึงใครต่อใครอีกมากมาย
คิดถึงเจ้าทองดำ หมาดำ ตัวใหญ่ ใจดี มิตรภาพเลิศ และ Alert ตลอดเวลา
คิดถึงสภากาแฟในตลาดสด
คิดถึงร้านน้ำแข็งใส ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้รู้จักกับคำว่า "ชมลม ชมไทย"
(ฉันไม่ได้เขียนผิดหรอก เขาใช้คำนี้กันจริง ๆ )
ฯลฯ
.........ในวันที่ไม่รู้จะไปไหน ฉันจะมาที่นี่...."เชียงคาน".......
ฉันบอกตัวเองอย่างนั้น ก่อนก้าวขึ้นรถกลับคืนสู่ดินแดนที่ต้องดิ้นรน ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบจนเหนื่อยล้า และกลับมาพักผ่อนในมุมที่อบอุ่นที่สุดในดินแดนแห่งนี้ ที่เรียกกันว่า "บ้าน"
คิดถึง....................................แปลกดีที่ความคิดถึง มันทำให้ใจอิ่มและน้ำตาเอ่อ บางที..อาจจะเป็นเพราะฉันอ่อนไหวจนเกินไปก็ได้
วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
........แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง
"ฉันจะบอกความลับของรถไฟให้ฟังเอามั้ย?
มันไม่สำคัญหรอกนะว่ารถไฟจะพาเธอไปที่ไหน
สิ่งสำคัญอยู่ที่การตัดสินใจของเธอต่างหากล่ะ
ว่าจะกระโดดขึ้นรถไฟขบวนนั้นหรือเปล่า"
......................................
หลายครั้งที่พวกเราชอบพูดกันว่า "อยาก" ทำโน่น "อยาก" ทำนี่
..........หลายคนที่ "อยาก" กลับไม่เคยได้ทำเสียที...
บทความบางตอนจากหนังสือ "โตเกียวไม่มีขา" ของนิ้วกลม
.....................................
นี่คือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจการเดินทางครั้งใหม่ของฉัน
ไปในที่ ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเวลาที่นั่นเดินช้า
ไปคนเดียว ลุยเดี่ยว มีแค่เป้ 1 ใบ ใจ 1 ดวง และตัว อีก 1 ตัวใหญ่
หลายคนถาม ว่าจะไปทำไมคนเดียว เดี๋ยวก็เหงาตายหรอก
"เหงา มันไม่เคยทำให้ใครตายนะ" ฉันตอบออกไปอย่างเสียไม่ได้ เพื่อเป็นการประโลมใจตัวเองไปพร้อม ๆ กัน
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เรื่องแบบนี้ ฉันคงจะทำได้แค่ "อยาก"
แต่วันนี้ถ้าใครถาม ฉันจะ"ยืดอก พก ลอริเอะ" (เพราะเขาว่าพกไว้จะมั่นใจเต็ม 100) แล้วบอกอย่างมั่นใจว่า "ฉันจะไป"
เหตุผลนะเหรอ..ก็เพราะ..................................................(แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง ^^)
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)












