วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

วันแห่งความรัก....ยาวววว

ค่ำคืนวันศุกร์ที่ 13 วันแห่งความสยองขวัญของฝรั่งมังค่าทั้งหลาย
แต่สำหรับลูกครึ่งร้อยเอ็ด+นครนายก อย่างฉัน มันกลับเป็นวันธรรมดาวันนึง
ที่พร้อมจะออกไปโป๊งชึ่งกับบรรดามิตรรักในสภาคนโสด ในโหมดหลอน ๆ
กันแถวรัชโยธินโน่นนนนนน ยิงยาว นั่งเม้าท์เคล้าดนตรี พร้อมกับกลั้วคอด้วยแอลกอฮอล์ หลากหลายยี่ห้อรวมกันใน 1 แก้ว!!
ด้วยความไม่สัดทัด ข้าพเจ้าจึงเมาแอ๋ภายในหนึ่งกระบวนแก้วถ้วน -*-

เป๊งๆๆๆ ขณะนี้เป็นเวลา 4.00 น. กูจะปิดร้านแล้ว..คุณเจ้าของร้านเคาะหม้อพร้อมเสียงสวดไล่ เรียกสติขี้เมาทั้งหลายคืนมาได้ชะงักนัก ยกเว้นคนบางคน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าครายยยย เอิ๊กส์
เฮ้อ นี่หรือเช้า(มืด)ของวันแห่งความรัก ไม่เห็นจะมีอะไรน่าอภิรมย์สักนิด
ความ ART เข้าครอบงำในใจอีกครั้ง.... นี่ฉันอยากจะไปไหน?
ใครคนนึงพูดขึ้นมาว่าไป "พัทยา"...อืม ได้เลย ไปกันเลย ตอนนี้เลย!!

6 โมงเช้า วันแห่งความรัก : ณ พัทยาใต้
ภาพแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาดูคือ.........ตูด!!
เชี่ย!! ฉันสบถออกมาอย่างลืมตัว แต่ภาพที่กระแทกเข้าเบ้าตาในเช้าวันนั้น
มันทำให้ฉันเห็นอะไรบางอย่างที่ใคร ๆ เรียกว่า "เสื่อม"
.....ฉันเห็น มุมมืด/ด้านมืด ของพัทยาในวันแห่งความรัก เข้าเต็มตา - -"

11 โมงเกือบเที่ยง วันแห่งความรัก : ณ บ้านเด็กอ่อน
เด็กที่นี่อยู่ดี กินดี ผิวพรรณดี น่ารัก และเป็นลูกครึ่งซะส่วนใหญ่
.......สิ่งที่เรียกว่า "กอด" ไม่ว่าจะวัยไหนมันก็เป็นสิ่งสำคัญทั้งนั้น
เมื่อมีเด็กคนนึงถูกอุ้ม หรือถูกกอด จะมีเด็กอีกกลุ่มนึงเดินตาม
หรือมาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ บ้างเข้ามากอดเอง บ้างร้องไห้งอแง
เพราะอยากสัมผัสความอบอุ่นจากกอดนั้นบ้าง......
ผู้ที่ให้กำเนิดพวกเขา..จะคิดถึงเรื่องสำคัญแบบนี้กันได้(บ้าง)รึเปล่านะ?

บ่าย 2 โมง วันแห่งความรัก : วนเวียน
หลงทาง........กลับที่พักไม่ถูก.....1.30 ชม. ผ่านไป
จากพัทยากลางยังกลับไม่ถึงพัทยาใต้ -*-
คนในรถเริ่มหัวเสียกันบ้างแล้ว
แต่.."ความเครียดยังไม่ทันหายความฮาก็เข้ามาแทรก" ทันที
"ยายคะ หนูจะไปโรงแรม.........ค่ะ ต้องไปทางไหนคะ?"
"ตรงไปเลยหนู ตรงไปเลย"
"ตรงไปแล้ว ทางแยกข้างหน้าพวกหนูต้องเลี้ยวซ้าย หรือขวาคะ"
"ตรงไปเลย ๆ แล้วไปถามคนข้างหน้า"..... - -"
"..............................................................."
ขอบคุณค่ะคุณยาย ที่ทำให้พวกหนูฮากันลั่นรถ ^^
เมื่อไปถึงทางแยก ทุกคนลงมติให้เลี้ยวซ้าย แต่เนื่องจากเราหลงกันจนมึนไปหมด จึงไม่มีใครมั่นใจสักคน และแล้วสวรรค์ก็ส่งคำตอบมาให้
ข้างหน้ารถเราเป็นรถตู้ และติดป้ายสติ๊กเกอร์ท้ายรถว่า "นี่แหละ"
พวกเราได้ ฮากันอีกครั้ง ก่อนจะพร้อมใจกันว่าเลี้ยวซ้ายนี่แหละ
.....พวกเรามาถึงที่พัก โดยสวัสดิภาพ...
"บางทีคำตอบอาจอยู่ใกล้ตัว กับบางเรื่องเราอาจจะเคยมองข้ามมันไปก็ได้"
.
.
.
.
.
.
v
วันที่ 24 ใกล้สิ้นเดือนแห่งความรัก 18.58 น. เวลาตามนาฬิกาฝาผนังออฟฟิศ
ฉันกำลังถูกล้างสมองด้วยเพลงของ น้องแบน เดอะสตอ
"พี่ เลี่ยน เพลง หนู ม๊ากมาย เลี่ยน เพลง ม๊ากมาย ไม่มีหน่วยวัดได้หรอกความเลี่ยนนี้ ติเอ๊โหม่ เตอเควี๊ยโร่ว ซารางเฮ่โย่ววว".....อ๊อกกกกก

วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ด้วยความคิดถึง...


อ้างจากความเดิมตอนที่แล้ว http://nininicha.blogspot.com/2009/02/blog-post.html
และ http://nininicha.blogspot.com/2009/02/blog-post_10.html


เหตุผลก็เพราะ......ที่นั่น คือ เชียงคาน.........

....................................................................................


เอาล่ะ ได้เลิกงาน เอ้ย! เลิกงามยามปลอดนาย มาอัพบล๊อคกันต่อ จริง ๆ แล้ว ฉันเขียนอะไรไว้มากมายในไดอะรี่สีแสบที่พกติดตัวเวลาออกร่อน ตามที่ต่าง ๆ และที่เชียงคานก็เช่นกัน ฉันไม่พลาดที่จะหยิบมันติดเป้ไปด้วย แม้จะเตรียมตัวแบบฉุกละหุกแค่ไหนก็ตาม

มีคำพูด มีเหตุการณ์ ที่สวยงามมากมายที่ฉันบันทึกลงในนั้น แต่..................ฉันไม่สามารถเรียบเรียง หรืออธิบายในสิ่งที่ฉันได้พบเจอ ในสิ่งที่ฉันได้สัมผัสไม่ว่าจะมองเห็นด้วยตา หรือสัมผัสด้วยใจ ให้ออกมาให้สละสลวยอย่างที่ใจฉันบอกได้อย่างไรพยายามเท่าไหร่ ก็ทำได้เพียงคิดถึง.......

.........คิดถึงรอยยิ้มและน้ำใจจากคนมากหน้าหลายตา
คิดถึงความสงบเงียบ
คิดถึงเพลงเพราะ ๆ
คิดถึงลมเย็น ๆ
คิดถึงมิตรภาพ
คิดถึงจักรยานสีชมพู ที่ตระกร้าหน้ามีกังหันลม
คิดถึงคนแปลกหน้าบนรถทัวร์ ที่กลายมาเป็นคนข้างห้อง ทั้งห้องซ้าย ห้องขวา และห้องตรงข้าม
คิดถึงไอติมกะทิ ของลุงเติบ
คิดถึงกระติ๊บข้าวเหนียวของป้าศรีพรรณ
คิดถึงมุ้งลายแบบวินเทจ ที่เต็มไปด้วยการปะชุนของสก๊อตเทป
คิดถึงร้านโปสการ์ด...ที่ยอมให้นั่งชิวมีเวลาคิดถึงใครต่อใครอีกมากมาย
คิดถึงเจ้าทองดำ หมาดำ ตัวใหญ่ ใจดี มิตรภาพเลิศ และ Alert ตลอดเวลา
คิดถึงสภากาแฟในตลาดสด
คิดถึงร้านน้ำแข็งใส ที่เป็นจุดเริ่มต้นให้รู้จักกับคำว่า "ชมลม ชมไทย"
(ฉันไม่ได้เขียนผิดหรอก เขาใช้คำนี้กันจริง ๆ )
ฯลฯ


.........ในวันที่ไม่รู้จะไปไหน ฉันจะมาที่นี่...."เชียงคาน".......

ฉันบอกตัวเองอย่างนั้น ก่อนก้าวขึ้นรถกลับคืนสู่ดินแดนที่ต้องดิ้นรน ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบจนเหนื่อยล้า และกลับมาพักผ่อนในมุมที่อบอุ่นที่สุดในดินแดนแห่งนี้ ที่เรียกกันว่า "บ้าน"


คิดถึง....................................แปลกดีที่ความคิดถึง มันทำให้ใจอิ่มและน้ำตาเอ่อ บางที..อาจจะเป็นเพราะฉันอ่อนไหวจนเกินไปก็ได้

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

........แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง

"ฉันจะบอกความลับของรถไฟให้ฟังเอามั้ย?
มันไม่สำคัญหรอกนะว่ารถไฟจะพาเธอไปที่ไหน
สิ่งสำคัญอยู่ที่การตัดสินใจของเธอต่างหากล่ะ
ว่าจะกระโดดขึ้นรถไฟขบวนนั้นหรือเปล่า"
......................................
หลายครั้งที่พวกเราชอบพูดกันว่า "อยาก" ทำโน่น "อยาก" ทำนี่
..........หลายคนที่ "อยาก" กลับไม่เคยได้ทำเสียที...
บทความบางตอนจากหนังสือ "โตเกียวไม่มีขา" ของนิ้วกลม
.....................................
นี่คือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจการเดินทางครั้งใหม่ของฉัน
ไปในที่ ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเวลาที่นั่นเดินช้า
ไปคนเดียว ลุยเดี่ยว มีแค่เป้ 1 ใบ ใจ 1 ดวง และตัว อีก 1 ตัวใหญ่
หลายคนถาม ว่าจะไปทำไมคนเดียว เดี๋ยวก็เหงาตายหรอก
"เหงา มันไม่เคยทำให้ใครตายนะ" ฉันตอบออกไปอย่างเสียไม่ได้ เพื่อเป็นการประโลมใจตัวเองไปพร้อม ๆ กัน
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เรื่องแบบนี้ ฉันคงจะทำได้แค่ "อยาก"
แต่วันนี้ถ้าใครถาม ฉันจะ"ยืดอก พก ลอริเอะ" (เพราะเขาว่าพกไว้จะมั่นใจเต็ม 100) แล้วบอกอย่างมั่นใจว่า "ฉันจะไป"
เหตุผลนะเหรอ..ก็เพราะ..................................................(แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง ^^)