วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2552

'เฟื่อนของฉัน'

ถึง คุณครูประจำชั้น ป.4/2

เรียนคุณครูที่เคารพ การบ้านเรียงความเรื่อง 'เพื่อนของฉัน' ที่คุณครูให้เขียนเมื่อวานนี้ คุณครูบอกว่าเรียงความของหนูอาจจะได้คะแนนเต็ม ถ้าหนูไม่เขียนคำว่า 'เพื่อน' ผิด แต่หนูอยากจะบอกคุณครูค่ะว่า หนูตั้งใจเขียนแบบนั้น เพื่อนคนที่หนูเขียนถึงเขามีอะไร ๆ ที่ หนูรู้สึกไม่เหมือนคนอื่น หนูไม่รู้ว่าคนที่เป็นผู้ใหญ่เขาใช้คำว่าอะไรแทนคำว่าเพื่อน แล้วถ้าหนูใช้คำอื่นเขียนลงในเรียงความ แล้วคุณครูเห็นว่าไม่เหมาะสมให้หนูลบคำ ๆ นั้นออกไปและให้หนูเขียนคำว่า 'เพื่อน' ที่ถูกต้องลงไปใหม่ กระดาษของหนูคงจะเป็นรอยดินสอที่เขียนลงไปด้วยแรงกดหลงเหลืออยู่ และหนูก็ไม่มั่นใจว่า คำที่ว่าเพื่อนที่เขียนลงไปใหม่ลายมือจะสวยเหมือนเดิมหรือเปล่า หนูเลยเลือกที่จะเติมหางตรงตัว พ. ให้ยาวขึ้น เพราะมันเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งว่าเขาพิเศษกว่าคนอื่น หากคุณครูเห็นว่ามันผิด ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องเขียนให้ถูกต้องหนูก็ยินดีจะลบหางมันออก แม้มันจะเหลือร่องรอยจาง ๆ ของหางนั้นอยู่บ้าง หนูก็ยินดีค่ะ
แต่ไม่ว่าจะยังไง หนูขอยืนยันว่าเรียงความเรื่อง 'เฟื่อนของฉัน' ที่หนูส่งไปหนูเขียนถูกต้องแล้ว

ปล. หนูไม่กล้าบอกคุณครูตรง ๆ หนูเลยเขียนจดหมายมาใส่ใต้โต๊ะคุณครูแบบนี้ เพราะหนูคิดว่าบางเรื่อง เขียนง่ายกว่าพูดมากมาย หวังว่าคุณครูจะไม่โกรธหนูนะคะ

ด้วยความเคารพ
ด.ญ. นิ

......................................................

2 วันต่อมา......

ถึง ด.ญ. นิ

ครูรับทราบถึงความตั้งใจของหนู แต่ครูคงแก้ไขคะแนนให้ไม่ได้ เพราะครูต้อง
ยึดหลักความถูกต้องแบบที่ผู้ใหญ่พึงจะมี
"และสำหรับคำว่า 'เฟื่อน' ที่หนูใช้เขียนครูว่ามันก็เข้าท่าดี"

รักนักเรียนเท่าฟ้า
คุณครูประจำชั้น ป.4/2

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2552

ทำไม..ไม่มี?

หลังจากใช้ความสามารถกระชากตัวเพื่อนสาวมาจากแฟนหนุ่มของเธอได้สำเร็จ
เราเลยได้มีโอกาสพบปะเจอะเจอกัน ณ สวนลุมพินี เพื่อมาฟังดนตรีในสวน
เผื่อเสียงเพลงจะช่วยบำบัดความเหงาให้เลือนหายไปจากแววตาของฉันได้บ้าง

เราเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเพลงนานเท่าไหร่ไม่รู้ได้
เพื่อนสาวเรียกสติฉันคืนมา โดยเริ่มบทสนนาขึ้นมาท่ามกลางเสียงเพลงอันไพเราะเสนาะหูนั้น

เธอ : ทำไมมึงไม่มีแฟน
ฉัน : มึงคิดว่ากูอยากโสด ให้ใจเหี่ยวเล่นรึไง
เธอ : แล้วทำไมไม่มี กูเห็นพามาเจอพวกกูทีไม่มีซ้ำหน้า
ฉัน : มึงรู้ป่ะ คนที่กูพาไปเจอพวกมึงอ่ะ คือกูเลือกแล้วว่าคนนี้แหละวะ ..
ที่จะแนะนำให้รู้จักในฐานะแฟน แต่พอเวลาผ่านไปซักพัก กูก็รู้ตัวว่ากูเลือกผิด
เธอ : ทำไมไม่เลือกคนที่เขารักเราล่ะ ดีจะตาย
ฉัน : ก็พวกนั้นไงที่รักกู แต่มันไม่แนวว่ะ
เธอ : แนวเชี่ยไรของมึง จะขึ้นคานอยู่แล้วยังจะเจียดเวลาที่เหลือน้อยมาเล่นตัวอีก -*-
ฉัน : ก็คนที่ชอบ คนที่รัก มันไม่ใช่พวกนั้นนี่หว่า คิดแล้วเศร้า
เธอ : งั้นก็ แสดงว่ามึงมีคนที่อยู่ในใจอยู่แล้วสิ ทำไมไม่ลุยล่ะ
ฉัน : ลุยแล้ว สะดุดแล้ว ล้มแล้ว พังแล้ว เหลือแต่ซากอยู่ในใจกูเนี่ย -___-"
เธอ : แล้วคนอื่น ๆ ล่ะ ไม่มีแล้วรึไง
ฉัน : มี แต่เขาอยู่ไกล กูชอบเขามาก แบบว่าใช่เลย
เธอ : ยังไง?
ฉัน : เขาตาโต เขาตัวสูงใหญ่ เขาเก่ง เขาเป็นฮีโร่...แต่น่าเสียดาย...
เขามีเวลาอยู่บนโลกได้แค่ 3 นาทีเองว่ะ
เธอ : เชี่ยไรของไรมึง -*-
ฉัน : อุลตร้าแมน........ .....(พร้อมทำท่าปล่อยแสง)
เธอ :................................................................สาดดดดดด...นี่มึงกวน Teen กูหรอ
ฉัน : ดูออกขนาดนั้นเลยหรอ ^O^

.................................................................................................................

การแสดงจบแล้ว
เพลงจบแล้ว
เธอ..กลับไปอยู่ในอ้อมกอดของชายในฝันที่เธอจากมา
ฉัน..ยังคงเฝ้าแหงนหน้ามองท้องฟ้า รอเวลาที่ฮีโร่ของฉันจะผ่านมา และเห็นว่ามีใครบางคนรอเขาอยู่ตรงนี้

..คืนนี้ลมแรงมาก......หนาวจัง.....สั่นไปทั้งใจ..

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552

Real.......


Nothing comes free.....

You ought to exchange something for something,

and something with someone.

วันศุกร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2552

คืนแห่งการเปลี่ยนปี..


แบกเป้มาเหนื่อยทั้งวัน แต่ถึงจะล้าแค่ไหนก็ไม่พลาดที่จะเสนอหน้าไปยังหอนาฬิกาคืนนี้เด็ดขาด

ที่หอนาฬิกามีการเล่น Lighting ด้วยไล่ไปจนครบตามจำนวนสีของสายรุ้ง หากมองเลยข้ามผ่านยอดหอนาฬิกานี้ไปอย่างคนตาถึง ก็จะเห็นโคมลอย ที่ไม่ใช่เป็นแค่ข่าวลือ แต่เป็นโคมลอยจริงๆ ที่ชาวเชียงรายพร้อมใจกันส่งลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นสาย และแน่นอนฉันคือหนึ่งในนั้นที่เป็นเจ้าของโคมลอยเพื่อนบอกว่าโคมลอยทำลายสภาพแวดล้อม เพราะหากหมดเวลาสวยแล้วก็จะกลายเป็นขยะไปตกที่ไหนบ้างก้ไม่รู้
แหม..พูดซะสลดเลย แต่....ความสลดอันน้อยนิด ไม่สามารถทำลายความฮึกเหิมในแววตาได้
จะลอยอ่ะ จะลอย ๆ..เพื่อนตัวดีคงทนความรบเร้าไม่ไหว อาจจะมีแอบปนรำคาญเล็กน้อยซึ่งเราไม่ใส่ใจ..เพราะต้องการแค่ความร่วมมือ

โคม..ลอยออกไปแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน รู้สึกเหมือนนางเอกในหนังรักซักเรื่อง
ทั้ง ๆ ที่หน้าตาน่าจะพอเป็นนางเอกในหนังสงครามสาดน้ำกรดเท่านั้น
แต่เอาเหอะ..ไม่สวยแต่ก็โรแมนติกได้นะคะ!

ฉันไม่อาจละสายตามาจากแสงไฟในโคมที่ลอยอยู่บนฟ้าได้เลย ได้แต่รำพึงรำพันในใจไม่รู้กีครั้งต่อวินาที
"สวยจัง" "ปีใหม่ปีนี้ดีจัง"

อากาศหนาวขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนพยายามทำให้ใจใครบางคนเรียกร้องวอนขออ้อมกอดจากที่ไหนสักแห่งเพื่อมาทำให้อบอุ่นขึ้น...
แต่สำหรับฉันในคืนแห่งการเปลี่ยนปีนี้ สิ่งที่ได้สัมผัสมันทำให้ฉันอุ่นใจพอแล้ว ไม่ได้อยากเรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้
ฉันหันมองเพื่อนคนดีที่ยืนอยู่ด้านซ้าย ตำแหน่งเดียวกับที่ตั้งของหัวใจของใครหลาย ๆ คนบนโลกนี้ "สวัสดีปีใหม่นะ"..ฉันบอกไป
เพื่อนคนดีตอบกลับมาด้วยประโยคเดียวกัน...

...การเปลี่ยนปี ที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง..ความสุขยังคงอยู่ที่เดิม...ฉันยังคงใช้ทฤษฎีสีส้มที่ตั้งขึ้นมาเองอยู่
"อะไรก็ตามที่อยู่ทางด้านซ้าย..สำหรับฉันมันดีเสมอ"