แบกเป้มาเหนื่อยทั้งวัน แต่ถึงจะล้าแค่ไหนก็ไม่พลาดที่จะเสนอหน้าไปยังหอนาฬิกาคืนนี้เด็ดขาด
ที่หอนาฬิกามีการเล่น Lighting ด้วยไล่ไปจนครบตามจำนวนสีของสายรุ้ง หากมองเลยข้ามผ่านยอดหอนาฬิกานี้ไปอย่างคนตาถึง ก็จะเห็นโคมลอย ที่ไม่ใช่เป็นแค่ข่าวลือ แต่เป็นโคมลอยจริงๆ ที่ชาวเชียงรายพร้อมใจกันส่งลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นสาย และแน่นอนฉันคือหนึ่งในนั้นที่เป็นเจ้าของโคมลอยเพื่อนบอกว่าโคมลอยทำลายสภาพแวดล้อม เพราะหากหมดเวลาสวยแล้วก็จะกลายเป็นขยะไปตกที่ไหนบ้างก้ไม่รู้
แหม..พูดซะสลดเลย แต่....ความสลดอันน้อยนิด ไม่สามารถทำลายความฮึกเหิมในแววตาได้
จะลอยอ่ะ จะลอย ๆ..เพื่อนตัวดีคงทนความรบเร้าไม่ไหว อาจจะมีแอบปนรำคาญเล็กน้อยซึ่งเราไม่ใส่ใจ..เพราะต้องการแค่ความร่วมมือ
โคม..ลอยออกไปแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน รู้สึกเหมือนนางเอกในหนังรักซักเรื่อง
ทั้ง ๆ ที่หน้าตาน่าจะพอเป็นนางเอกในหนังสงครามสาดน้ำกรดเท่านั้น
แต่เอาเหอะ..ไม่สวยแต่ก็โรแมนติกได้นะคะ!
ฉันไม่อาจละสายตามาจากแสงไฟในโคมที่ลอยอยู่บนฟ้าได้เลย ได้แต่รำพึงรำพันในใจไม่รู้กีครั้งต่อวินาที
"สวยจัง" "ปีใหม่ปีนี้ดีจัง"
อากาศหนาวขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนพยายามทำให้ใจใครบางคนเรียกร้องวอนขออ้อมกอดจากที่ไหนสักแห่งเพื่อมาทำให้อบอุ่นขึ้น...
แต่สำหรับฉันในคืนแห่งการเปลี่ยนปีนี้ สิ่งที่ได้สัมผัสมันทำให้ฉันอุ่นใจพอแล้ว ไม่ได้อยากเรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้
ฉันหันมองเพื่อนคนดีที่ยืนอยู่ด้านซ้าย ตำแหน่งเดียวกับที่ตั้งของหัวใจของใครหลาย ๆ คนบนโลกนี้ "สวัสดีปีใหม่นะ"..ฉันบอกไป
เพื่อนคนดีตอบกลับมาด้วยประโยคเดียวกัน...
...การเปลี่ยนปี ที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง..ความสุขยังคงอยู่ที่เดิม...ฉันยังคงใช้ทฤษฎีสีส้มที่ตั้งขึ้นมาเองอยู่
"อะไรก็ตามที่อยู่ทางด้านซ้าย..สำหรับฉันมันดีเสมอ"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น