วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2552

......... (แฮ่กๆๆ)

"มีเงินอย่างเดียวเที่ยวไม่ได้นะเนี่ย ต้องโง่ด้วย!!"
เสียงของใครบางคนพูดกรอกหู ในขณะที่ล้อรถตู้กำลังหมุนมุ่งสู่ประจวบคีรีขันธ์

.............................

Chapter 1 :-


ล้อรถหยุดหมุนแล้ว...ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างรถคันโตที่นั่งมาหลายชั่วโมง
ภายนอกนั้นมีแต่ความมืด ฉันก้มลงมองที่ข้อมือซ้าย เพื่อดูเวลาว่าตอนนี้เข็มสั้น และเข็มยาวผู้ชี้ชะตาว่าฉันมีเวลาเหลืออีกกี่อึดใจ ที่จะทำใจให้พร้อม (กว่านี้ ) สำหรับการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ (เวอร์ได้อีก-*-)
.....!!!!!!!!!!......
.
.
.
.
..........ฉันไม่สามารถรับรู้เวลาได้!! ทำไมทุกอย่างถึงว่างเปล่า!! นี่สายตาฉันเป็นอะไรไป!! โอวววว ม่ายยยยยยยย
เพี๊ยะ!! ฉันตบหัว (เข่า) ตัวเองเพื่อเรียกสติกลับคืนมาก่อนที่ทุกอย่างจะเวอร์ไปมากกว่านี้ "มึงไม่ได้ใส่นาฬิกามา นังบ้า!!"


Chapter 2 :-

ณ จุดชมวิว

เย่ ๆ อีก 400 เมตรก็จะถึงที่พักแล้วล่ะ
"เก่งว่ะกู" << รำพึงรำพันในใจ เพราะเขินอายเกินกว่าจะบอกใคร ฮิ้ววววว

ย้อนกลับไปเมื่อ 5 ชม. ที่แล้ว (โดยประมาณ)
กิโลเมตรแรกสาหัสน่าดู สำหรับการเดินขึ้นเขาครั้งแรกของฉัน แดดแรง เหนื่อยล้ากับการปีนป่ายหินก้อนโตมือที่เริ่มถลอกเพราะการเกาะเกี่ยวกิ่งไม้น้อยใหญ่ของป่าสีส้ม ไร้ซึ่งความสดชื่นใด ๆ (แฮ่กๆๆ) อืม ไม่สิ ยังมีอย่างนึงที่สดชื่นและชุ่มฉ่ำเสมอ (แฮ่กๆๆ) พอให้ฉันมีแรงฮึดเพื่อที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า (แฮ่กๆๆ) นั่นคือ "น้ำใจ" (แฮ่กๆๆ) ของเพื่อนร่วมทริป (แฮ่กๆๆ) ที่หยิบยื่นให้ (แฮ่กๆๆ) พอแค่นี้ก่อนนะ มีอะไรไว้คุยกับทนายแล้วกัน งดให้ปากคำ (แฮ่กๆๆ)

......พ้นจากเขตความแห้งแล้งไปแล้ว เรากำลังก้าวเข้าสู่ป่าดิบ ที่อุดมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี เสียงชะนีร้องหาสามีกันยกใหญ่ ร่องรอยการตะกุยตะกายต้นไม้ของหมี แล้วก็เจออึมันด้วย โอววว อึหมีแห้ง ๆ ครั้งแรกของสายตาหญิงชาวกรุงผู้สูงศักดิ์ (หรอ?.......)

......ภาพที่อยู่ตรงหน้า บนหน้าผา ฉันเห็นดาวบนดิน ดาวบนฟ้า แววตามีความสุขของใครหลาย ๆ คน แม้คืนนี้ฟ้าจะไม่เป็นใจให้เห็นพระจันทร์อย่างที่ฉันตั้งใจไว้ ไม่มีใครบางคนมาอยู่ใกล้ ๆ ใจ (อีกแล้ว) ฉันก็ยังพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าฉัน "มีความสุข"

....ตี 2 ครึ่ง แมลงซัมซุงร้องดังขึ้นถึง 5 ครั้ง เป็นคลื่นความงี่เง่าจากใครบางคนที่ส่งถึงดีแทคบนยอดเขา ส่งผลให้ฉันดีแตก-*- ไฟหลายดวงสว่างขึ้นพร้อมกัน นั่นหมายถึงฉันทำให้ทุกคนตื่นมาในช่วงเวลาที่น่ากลัวที่สุด บรรยากาศวังเวงเหว่ว้ามาก...ขอโทษนะคะ

.....พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ตรึงตราตรึงใจ ไม่มีภาพถ่ายไหนสวยงามไปกว่าสายตาที่ได้สัมผัส
"ฉันจะเก็บความทรงจำ ไว้ในลมหายใจที่มีอยู่ จะดูแลให้ดี"
เดินลงเขาด้วยใจชื่นบาน มีบ้างที่ล้มลุกคลุกคลาน เพราะทางที่ลาดชัน แต่รอยยิ้มของทุกคนก็ไม่เคยเลือนหายไปจากหน้าตา ยกเว้นเวลาหยุดหอบ (แฮ่กๆๆ)

"ไปทุกดอยคอยข้างล่าง"......คำพูดของใครอีกคนผุดขึ้นมาในหัว ฉันยอมรับว่า ระหว่างทางมีบ้างเหมือนกันที่คิดแบบนี้

"ฉันมาทำอะไรที่นี่"......คำพูดแทนใจของใครหลาย ๆ คน ฉันยอมรับว่า "ฉันก็แอบคิดอยู่บ่อย ๆ"

"...แล้วจะมาเที่ยวด้วยกันอีกมั้ย?".....คำถามจากคนจัดทริป........
"I'm absolutely sure!"

............................................................................
"มีเงินอย่างเดียวเที่ยวไม่ได้นะเนี่ย ต้องโง่ด้วย!!"
คงจะเป็นความโง่อย่างเดียว ที่ฉันยินดียิ้มรับเสมอ

1 ความคิดเห็น:

phan-jang kub กล่าวว่า...

ฝึกไว้เยอะๆพี่ปีนเขาอ่ะ....
ไว้ไปปีนเขาเดินป่าด้วยกัน...



แต่...เมื่อไหร่ดีวะ...555