วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

หมาย"ควาย"ว่ายังไง?

โทรหาไม่รับสาย ฉันเลย....
ฝากเป็นข้อความ ว่าคิดถึงเธอ......รักเธอเหมือนเดิม
นานแล้ว ไม่มาหา ฉันเลย..........
อยากจะพบเธอ เธอไม่ว่างเจอ..........หรือว่าเธอลืม
เห็นความจริงวันนี้ เธออยู่กับใคร
เห็นตำตา เจ็บซึ้งใจ ว่าทำไม่เธอถึงลืม
เธอ บอกว่าเธอรักฉัน บอกว่าเรารักกัน
แต่ทำไม เธอกับเขาแอบมีอะไรมันลึกซึ้ง
บอกว่าเธอรักฉัน บอกว่าเรารักกันบอกรักฉัน
บอกทำไม แต่เธอกลับไปกับใครคนนั้น
หมายความว่ายังไง

...................................................................


พาดหัวข่าว ที่หัวใจ ตัวใหญ่เท่าบ้านนายก
"อ๋อ......มันเป็นอย่างนี้นี่เอง" ((ทำเสียงเหมือนในทีวีแชมป์เปี้ยนจะได้อารมณ์มาก))
เป็นเรื่องราวในจินตนาการ....
ที่กลายเป็นเรื่องจริงปาฏิหารย์สินะ
"ปาฏิหารย์" เขามักใช้กับเรื่องดี ๆ นี่หรือนี่อาจจะเป็นเรื่องดีของฉัน
ที่ได้ "ตาสว่าง" ซักที..........เห็นความจริงที่ผ่านมา ย้ำเตือนฉันจำเอาไว้ทุกเวลา

ขอบคุณที่เคยให้อยู่ใกล้..........ชิด ((ออกเสียงสำเนียงอังกฤษ))
ขอบคุณที่เคยเป็น Yes Man!! ((ออกเสียงสำเนียงไทย ๆ))
และขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าฉันควรจะสะบัดมือออกจากมือของเธอซักที

ลาขาดกันซักทีนะ San Fan^ ((เสียงไทย ๆ สูง ๆ))
Good F_ck จ้า....
(= ^ 0 ^ =)//
......................................................

(แค่เรื่องสมมติ ที่อ้างอิงมาจากเค้าโครงเรื่องจริงของผู้หญิงคนหนึ่ง)

วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

คิดถึง


ข้างบ้านมีต้นไทรต้นใหญ่
ใต้ต้นไทรมีแคร่ไม้ไผ่ ที่มีรากไทรห้อยลงมารอบ ๆ
เหมือนม่านบาง ๆ ที่มีไว้ตกแต่งแคร่ไม้ไผ่นั้นให้สวยงามมากขึ้น
ยามสายย่าจะนั่งอยู่ตรงนั้น คอยดูแลหลาน ๆ ที่วิ่งเล่นอยู่บริเวณบ้านด้วยสายตาที่ห่วงใย

หน้าบ้านเป็นคลองขนาดกลาง
สายน้ำไหลเอื่อยตลอดเวลาที่ริมคลองมีสะพาน
ข้างสะพานมีต้นมะกอกน้ำต้นใหญ่ (มาก) แผ่กิ่งก้านคอยให้ร่มเงา
ช่วงหน้าฝนน้ำในคลองจะมีมาก ที่บ้านเราจะเรียกกันว่าหน้าน้ำ
ต้นมะกอกน้ำออกลูกดกกิจกรรมของเราคือช่วยกันสอยมะกอกลงมา
และเก็บไปดองเอาไว้กิน เรื่องการเก็บมะกอกเป้นหน้าที่ของเด็ก ๆ บรรดาหลาน ๆ ของย่ารวมถึงฉันด้วยส่วนหน้าที่ดองมะกอก ย่าเป็นคนรับอาสาจะทำเองทั้งหมด เพราะเกรงว่าถ้าปล่อยให้พวกเด็ก ๆ ทำมันจะอร่อยเกินไป (???)

ทุกวันพระ ย่าจะตื่นเช้ากว่าปกติเพื่อลุกขึ้นมาทำกับข้าวและขนมไว้ไปทำบุญที่วัด
ถ้าขนมชนิดไหนที่ต้องใช้เวลาทำนาน ย่าและพวกเด็ก ๆ จะช่วยกันเตรียมของตั้งแต่ตอนกลางคืนก่อนนอนเช่น ขนมลอดช่อง ย่าจะเอาข้าว(ฉันก็ไม่รู้ว่าข้าวอะไร) มาแช่น้ำไว้ตั้งแต่ช่วงเย็น และเอาใส่เครื่องโม่แป้งที่เป็นเหมือน หินสองก้อนวางซ้อนกัน ที่ก้อนบนมีรูไว้หยอดข้าวลงไป แล้วก็หมุน ๆ แล้วเราก็จะได้แป้งผสมน้ำออกมา(หมุนกันจนปวดแขนเลยทีเดียวกว่าจะได้ปริมาณที่ย่าต้องการ) พอโม่แป้งเสร็จย่าก็จะกรองเอาเฉพาะแป้งโดยใช้ผ้าขาวบางแล้วห่อแป้งด้วยผ้าขาวบางอันเดิมมัดให้แน่นแล้วน้ำไปแขวนที่ใต้ต้นไม้ 1 คืน (ทำไมต้องแขวนใต้ต้นไม้นอกบ้าน?)
ถ้าจะให้อธิบายขั้นตอนทั้งหมดคงอีกยาว ข้ามเลยแล้วกัน......
เมื่อขนมพร้อม ข้าวและกับข้าวพร้อม เราก็ยกของทั้งหมดลงเรือ ระหว่างที่ยกของ ฉันกับพี่ก็เป่ายิงฉุบกันใครชนะได้นั่งหัวเรือ อิอิ
ย่ารับหน้าที่พายเรือไปวัด ฉันกับพี่ก็นั่งเล่นเอามือราน้ำไปเรื่อย ถ้าเรารู้สึกได้ถึงรังษีอำมหิตจากด้านหลังเราก็จะรีบเอามือขึ้นจากน้ำทันที

........................ฯลฯ................................................

เสียงหัวเราะ เสียงร่ำไห้ความทรงจำมากมาย ณ ที่แห่งนั้น
ในบางขณะ..ฉันหลงลืมมันไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

ฉันหวนคิดถึงที่แห่งนั้น คิดถึงคนที่ฉันเคยนอนหนุนตัก
คนที่คอยปลุกฉันให้ลุกมาอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน
คนที่ได้แต่บ่น ได้แต่ดุ แต่ไม่เคยตีฉันสักครั้ง
คนที่ไปชี้หน้าด่าครูที่โรงเรียน ตอนที่ตรวจการบ้านฉันผิด (คิดแล้วฮา)

คิดถึงที่ที่ฉันเติบโต ที่ที่ฉันวิ่งเล่น ที่ที่ฉันตกต้นไม้ครั้งแรก
ที่ที่ทำให้ฉันว่ายน้ำเก่ง พายเรือเป็น

ถึงวันนี้จะไม่มีบ้านริมคลองอีกแล้ว....แต่ในความทรงจำ...ก็ยังตอกย้ำให้นึกถึงเสมอ..

....คิดถึงนะ...